รู้จักสถานที่นี้
เป็นวัดเก่าในสมัยอยุธยา ได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยกรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นสกุล เสนีวงศ์) พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง พระอุโบสถ ทำชายหลังคาของพาไลรอบพระอุโบสถแบบวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หน้าบันสลักไม้รูปนารายณ์ ทรงครุฑลายกนกขมวดเกี่ยวพันกัน เบื้องหลังมีเทพพนมและยักษ์พนม ซุ้มประตูทางเข้าวัดทำเป็นหัวเม็ด เป็นเสาสี่เหลี่ยมย่อมุม 12 สูงขึ้นและเอนเข้าหากัน เพื่อเป็นการรับน้ำหนักของตัวอาคาร เสาใกล้จะถึงส่วนหลังกำแพงแก้วมีบัวหงายรองรับอีกต่อหนึ่งแปลกตากว่าที่อื่น เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย สังเกตได้จากซุ้มเสมาทรงกลมตลอด ฐานของซุ้มก็ทรงกลมตัวซุ้มแหวะ เป็นช่องหน้าต่างสามช่อง ทรงยอดโค้งคล้ายซุ้มจระนำ (ซุ้มคูหาเล็กๆที่มีหลังคาครอบ ทำยื่นออกมาจากอาคารติดผนังองค์เจดีย์หรือท้ายโบสถ์วิหาร เพื่อตั้งพระพุทธรูป) หันหลังชนกันสามทิศ ข้างบนมียอดเล็กๆ ปั้นปูนลวดลายงดงาม รับกับบัวยอดซุ้มและแข้งสิงห์เบื้องล่าง ศิลปะรูปปั้นงามนี้เป
เหมาะกับทริปแบบไหน
เหมาะกับการเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่งกายสุภาพและเผื่อเวลาเดินชมรายละเอียด ถ้ามีเวลา ควรวางเป็นจุดหลักหรือจุดแวะร่วมกับสถานที่ใกล้เคียงในอำเภอเดียวกัน เพื่อให้ทริปไม่เร่งเกินไปและเห็นบริบทของพื้นที่มากขึ้น
ก่อนเดินทางควรรู้
ควรแต่งกายสุภาพ ใช้เวลาเดินชมอย่างสงบ และอ่านประวัติพื้นฐานก่อนเข้าไป จะทำให้เห็นรายละเอียดของสถานที่มากขึ้น
เวลาเปิด ค่าเข้า และช่องทางติดต่ออาจเปลี่ยนได้ตามฤดูกาล วันหยุด และการจัดการของแต่ละสถานที่ ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะทริปที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือมีเวลาจำกัด
